::DPM::

Switch to desktop Register Login

การตรวจจับอัคคีภัยเป็นมาตรการเฝ้าระวังอัคคีภัยโดยใช้เทคนิคทางกลตรวจจับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างมีการลุกไหม้เป็นไฟ (Fire Development Stages) แล้วส่งสัญญาณออกมาเพื่อเป็นการเตือนภัย หรือสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อยุติเหตุก่อนจะเกิดอัคคีภัยหรือการลุกลาม จุดประสงค์หลักของการตรวจจับอัคคีภัยคือกระตุ้นให้มีการตอบโต้สัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นเช่น ดับเพลิงทั้งแบบปกติทั่วไปและ/หรือด้วยอุปกรณ์อัตโนมัติ อพยพคนออกจากพื้นที่นั้น ขนย้ายทรัพย์สิน หยุดการผลิต ฯลฯ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องของการ ตรวจจับอัคคีภัยดียิ่งขึ้นขออธิบายขั้นตอนการเกิดไฟซึ่งมีด้วยกัน 4 ขั้นตอนแสดงดังรูปที่ 1 ดังต่อไปนี้ 1. ขั้นเริ่มต้น (Incipient Stage) เริ่มมีการเผาไหม้ในขั้นแรกสุดแต่ไม่สามารถสังเกตผลผลิตของไฟ (Products of fire) ได้ไม่ว่าจะเป็นควัน เปลวไฟ หรือปริมาณความร้อนที่วัดค่าได้(Appreciable heat) ค่าอันตรายโดยเฉลี่ยจะอยู่ในระดับ “ไม่มีอันตราย” (No hazard) 2. ขั้นมีควัน (Smoldering Stage) เริ่มมีควัน แต่ยังไม่มีเปลวไฟหรือปริมาณความร้อนที่วัดค่าได้ ค่าอันตรายโดยเฉลี่ยจะอยู่ในระดับ“อันตรายปานกลาง” (Moderate hazard) 3. ขั้นมีเปลวไฟ (Flame Stage) เริ่มมีเปลวไฟทำให้มองเห็นว่าเป็นไฟแต่ยังไม่สามารถวัดค่าความร้อนได้ทว่าอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆค่าอันตรายโดยเฉลี่ยจะอยู่ในระดับ “อันตรายปานกลาง” (Moderate…
Read more...
อัคคีภัยหรือภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้เป็นสาธารณภัยประเภทหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ (เช่น การเกิดฟ้าผ่า) และที่มักจะเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ โดยอาจเกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย แต่ก็มีโอกาสทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ตลอดเวลา อัคคีภัยเป็นอุบัติภัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะบางครั้งเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากความประมาทในการใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าลัดวงจร การจุดธูปเทียนบูชาพระ การประกอบอาหาร การก่อไฟโดยไม่ระมัดระวัง การสร้างและการใช้อาคารเพื่อกิจกรรมผิดประเภท การไม่ดูแลรักษาอาคารและส่วนประกอบของอาคาร [1] และเหตุการณ์เพลิงไหม้หลายครั้งที่อาจเกิดจากความประมาท สถานที่เกิดอัคคีภัยส่วนใหญ่มักจะเป็นที่อยู่อาศัยและในชุมชนที่แออัดมีประชากรหนาแน่น อาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า และโรงมหรสพ ซึ่งสถานที่ต่างๆเหล่านี้มักจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานเชื้อเพลิง พลังงานความร้อน และอื่นๆที่เอื้อต่อ [2] [3] การเกิดอัคคีภัยซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน การสูญเสียโอกาสในการดำเนินกิจการที่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากเพลิงไหม้ ตลอดจนการสูญเสียเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและช่วงที่มีการเกิดอัคคีภัยบ่อยครั้ง คือ ในฤดูที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้ง [4] แหล่งความร้อนที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า แหล่งความร้อนที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า จะเกิดขึ้นได้ 4 ลักษณะ ดังต่อไปนี้ [5] [6] 1 ความต้านทานในวงจรไฟฟ้า ความต้านทานในวงจรไฟฟ้าจะมีลักษณะคล้ายกับแรงเสียดทานที่ทำให้เกิดความร้อน ในขณะที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำไฟฟ้า (Conductor) จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่สามารถดึงเอาแรงเสียดทานระหว่างอะตอมในขณะที่กระแสไฟฟ้าเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ซึ่งสาเหตุนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความต้านทานในการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า โดยความต้านทานนี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อน ปริมาณของความร้อนที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ…
Read more...
นับตั้งแต่ประเทศไทยได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาประกาศใช้จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้มีสถานประกอบการ การพัฒนาในด้านของอุตสาหกรรม และมีบ้านเรือนหนาแน่นมากขึ้น รวมทั้งได้มีการใช้ปิโตรเลียมและก๊าซเป็นเชื้อเพลิงอย่างแพร่หลาย ซึ่งหากไม่มีความระมัดระวังการในการปฎิบัติงานตลอดจนการควบคุมป้องกันที่ดีพอ ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ อัคคีภัยที่เกิดขึ้นทุกครั้งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือคาดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมนำมาซึ่งความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ เป็นอันมาก อัคคีภัยสามารถป้องกันได้หากมีความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำ ทุกคนจึงควรรู้จักการป้องกัน ระงับอัคคีภัยอย่างถูกต้องและสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะพนักงานเวรยาม และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานที่ตลอดจนทรัพย์สินต่างๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอัคคีภัย แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้เป็น 4 ประเภท คือ [1] 1 สาเหตุจากความประมาท เลินเล่อในการไม่ระมัดระวังการใช้ไฟ เช่น การสูบบุหรี่ ทิ้งก้นบุหรี่ไม่เป็นที่ การเผาขยะแล้วไม่ควบคุมดูแล การหุงต้มอาหารแล้วขาดการระมัดระวัง การใช้ฟิวส์ไม่ถูกขนาดกับกำลังไฟฟ้า เมื่อเกิดการลัดวงจรหรือการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังแต่ฟิวส์ไม่ขาด ก็จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นในสายไฟทำให้ฉนวนหุ้มสายหลอมละลายลุกไหม้ สายไฟที่มีความร้อนมากก็จะลุกไหม้ส่งความร้อนมายังวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงก็จะทำให้ลุกไหม้ติดต่อลุกลามขึ้น การใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง กรณีการใช้เต้ารับเต้าเดียว แต่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายๆ อย่างพร้อมกัน ทำให้เกิดความร้อนที่ขั้วเต้ารับหรือสายไฟไม่เหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าที่สายไฟจะทนได้ จะเกิดความร้อนในสายและลุกไหม้ที่ฉนวนหุ้มสายและติดต่อลุกลามสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด การอาร์คจากการต่อสายไฟฟ้าไม่แน่น ทำให้เกิดความต้านทานสูงกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่สะดวก อาจเกิดความร้อนมากและลุกไหม้ขึ้นมาได้ ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน…
Read more...
ปัจจุบันสารเคมีไวไฟประเภทตัวทำละลายถูกนำมาใช้เป็นจำนวนมากในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิตซึ่งจะขาดไม่ได้ ดังนั้จะเห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายจึงจำเป็นต้องมีการจัดเก็บสารเคมีเหล่านี้สำรองไว้ในโรงงานตลอดเวลา ทั้งๆที่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายก็ทราบถึงอันตรายของสารเคมีเหล่านี้เป็นอย่างดี แต่โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งก็มิได้มีมาตรการในการจัดการป้องกันภัยที่ดีพอ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นของประเทศไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาพบว่า สารเคมีประเภทสี ทินเนอร์ และตัวทำละลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อยู่บ่อยครั้ง การจำแนกประเภทของสารเคมีอันตราย (Flammable & Combustible Liquid) Flammable Liquid หมายถึง เชื้อเพลิงเหลวที่มี Flash point ต่ำกว่า 100 o F (37.8 o C) แบ่งได้เป็น 3 Class - CLASS IA เชื้อเพลิงเหลวที่มี Flash point ต่ำกว่า 73 o F (22.8 o C) และ Boiling Pointไม่เกิน 100 o F (37.8…
Read more...
สารกลุ่มก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent) เป็นลักษณะเดียวกับระบบฮาลอน (Halon) และใช้มาตรฐานการออกแบบเดียวกัน ซึ่ง NFPA 2001 มีทั้งระบบที่ใช้ได้ทั้งชนิดสำเร็จรูป (Pre-engineered System) และชนิดออกแบบทางวิศวกรรม (Engineered System) ชนิดออกแบบทางวิศวกรรม (Engineered System) เป็นระบบหัวฉีดแบบบังคับปล่อยก๊าซ แบบวิธีการฉีดท่วม (Total Flooding) เดินก๊าซด้วยท่อเดี่ยว (Single – phase Flow) ความดันระดับ 40 – 150 bar เป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระบบฮาลอน (Halon) และ สารกลุ่มก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent) จะใช้ฮาร์ดแวร์ (Hardware) มูลค่าสูงกว่าเพราะในระบบต้องมีปริมาณสารมากกว่าและใช้ท่อที่หนักกว่า [1] [2] สารกลุ่มก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent) เป็นสารสะอาดดับเพลิงที่มีองค์ประกอบหลักอย่างน้อยหนึ่งสารหรือมากกว่าของก๊าซเหล่านี้…
Read more...

© 2012 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Top Desktop version