::DPM::

Switch to desktop Register Login

Jutarut_DPM

Jutarut_DPM

ภัยพิบัติกำลังเป็นกระแสร้อนของโลก สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หนาวสุดขั้ว ตัวอย่างล่าสุดของอากาศหนาวจัดในยุโรปและญี่ปุ่นได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคน ขณะที่บ้านเรามีข่าวเกาะติดการตั้งรับน้ำท่วมทุกวัน ทำการพร่องน้ำออกจากเขื่อน การจัดหาพื้นที่รับน้ำกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก สำหรับเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริงหน่วยงานในอันดับต้น ๆ ที่ต้องหาทางรับมือ หรือแก้ไขในกรณีที่น้ำได้ไหลท่วมทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วก็คือบรรดาเจ้าของโรงงาน และสำหรับสถานการณ์ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าน้ำท่วมกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 สถานการณ์พายุดีเปรสชัน อุซางิ (USAGI) [1] ยังคงส่งผลให้ฝนตกหนักทั่วกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรือ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ คาดว่าพายุอุซางิยังเคลื่อนตัวเข้าสู่ไต้หวันและจีนฝั่งตะวันออก แต่ความกดอากาศต่ำจากพายุยังทำให้มีฝนตกในประเทศไทย ทั้งนี้จากเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องดังกล่าว ทำให้หลายแห่งใน กทม. มีน้ำท่วมขัง และพื้นที่ที่มีปัญหามากคือ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ราชการ เพราะไม่สามารถระบายน้ำไปยังคลองข้างเคียงได้ เนื่องจากระบบป้อนน้ำไม่ดี อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์อีกว่าอาจมีพายุลูกใหม่ พัดเข้าสู่ประเทศไทยอีกระลอก ซึ่งอาจต้องเตรียมรับมือกับพายุลูกใหม่กันอีกครั้ง

พายุไต้ฝุ่นอุซางิ (Typhoon Usagi) เป็นพายุหมุนเขตร้อนอันทรงพลัง [2] ก่อตัวขึ้นทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 3 และพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 19 ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิก ในปี พ.ศ. 2556 โดยเริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556 ทางตะวันออกของลูซอน และเพิ่มความรุนแรงกลายเป็นดีเปรสชั่นในวันถัดมา ได้รับชื่อครั้งแรกจาก PAGASA ว่า Odette ต่อมาในวันเดียวกัน JMA ประกาศให้พายุนี้เป็นพายุโซนร้อน ใช้ชื่อ Usagi [3]ขณะที่ JTWC ประกาศให้เป็นพายุดีเปรสชั่น เมื่อวันที่ 17 กันยายน JTWC ประกาศยกระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน และทั้ง JMA และ JTWC เห็นพ้องให้ประกาศพายุดังกล่าวนี้เป็นไต้ฝุ่นในวันที่ 18 กันยายน 2556 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน JTWC ประกาศให้อุซางิยกระดับเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นความรุนแรงระดับ 5

  • 16:20 เส้นทางพายุดีเปรสชันที่ก่อตัวใหม่ 19W ในทะเลฟิลิปปินส์ พายุจะเคลื่อนขึ้นเหนือไปทางญี่ปุ่น  
  • 16:10 พื้นที่ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปริมาณน้ำเข้าท่วมพื้นที่ประมาณ 40%  โดยเฉพาะบ้านแสงตะวัน, บ้านบางกอกน้อย, บ้านตราด, บ้านคอโค, บ้านตะเคียน 
  • 15:00 สภาพน้ำท่วมสุรินทร์ น่าเป็นห่วง ท่านสามารถตามสถานการณ์สดได้ที่ เพจ สุรินทร์ 108Zello
  • 14:00 เส้นทางพายุอุซางิล่าสุดจากกรมอุตุฮ่องกง หรือ HKO พายุจะขึ้นฝั่งช่วงบ่าย-ค่ำของวันพรุ่งนี้ 
    • 13:00ฝายบ้านกล้วยร่มเย็น อ. สังขะ จ.สุรินทร์ สะพานฝังทิศตะวันออกหักแล้ว
    • 12:00 สภาพน้ำท่วมที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์
    • 09:32 ภาพดาวเทียมลาสุดของไต้ฝุ่นอุซางิ ซึ่งกำลังเคลื่อนผ่านด้านล่างของไต้หวันมุ่งไปฮ่องกง[4]
      • 09:10 ทางหลวงหมายเลข 2335 ภูสลอน ไปสำโรงเกียรติ จ.ศรีสะเกษ กม.ที่ 26-27 น้ำท่วมเป็นแห่ง ๆ ระดับน้ำ 40 เซนติเมตร
      • 06:45 น้ำท่วมอำเภอรอบนอกศรีสะเกษเช้านี้
      • 06:30 คลื่นสตอร์มเสิร์จ เข้าปะทะเรือแถบตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน จากไต้ฝุ่นอุซางิ



รูปที่ 1 อันตรายจากสีทาบ้าน ที่มาของภาพ [1]

             หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานในสำนักงานหรืออาศัยอยู่ในบ้านที่เพิ่งทาสีเสร็จใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแสบจมูก ปวดศีรษะ วิงเวียน หรือง่วงซึม นั่นแสดงว่าคุณอาจกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับภัยจากสารเคมีโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว สารเคมีตัวนั้นก็คือ สารฟอร์มาลดีไฮด์” นั่นเอง สารชนิดนี้ถือเป็นสารตกค้างที่แฝงตัวอยู่ในตัวอาคาร อุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องใช้สำนักงาน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เป็นต้น

             สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) สูตรทางเคมีคือ CH2O เป็นก๊าซไม่มีสี จัดเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอากาศที่เป็นปัญหาสุขภาพของมนุษย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว [2]โดยทั่วไปสารชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสี กาว และสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่น ๆ ไอระเหยของสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่แฝงอยู่สิ่งเหล่านั้นซึ่งถือว่าเป็นภัยในที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ [3] และสำหรับคนที่ชอบทาเล็บด้วยสีสันงดงามเป็นชีวิตจิตใจ คุณรู้ตัวหรือไม่ว่า คุณกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับไอระเหยของสารชนิดนี้เช่นกัน โดยปริมาณความเข้มข้นของไอระเหยจากน้ำยาทาเล็บมีปริมาณสูงกว่าไอระเหยจากพื้นกระดานเคลือบกาวแลกเกอร์เสียอีกเมื่อเทียบสัดส่วนในพื้นที่ที่เท่ากัน นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ผ้าม่านและเสื้อประเภทที่โฆษณาว่ารีดง่ายแต่ยับยาก มักมีสารฟอร์มาลดีไฮด์แอบแฝงอยู่ด้วย แต่การนำผ้าเหล่านั้นมาซักเพียง 1 ครั้ง สามารถช่วยปริมาณความเข้มข้นของสารชนิดนี้ลงได้ 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉนั้น ทุกๆคนควรที่จะซักผ้าทุกชนิดก่อนใส่เพื่ออนามัยแก่ตัวท่านเองด้วย [4]

นอกจากภัยจากไอระเหยของสารฟอร์มาลดีไฮด์แล้วภัยในรูปสารละลายก็น่ากลัวไม่แพ้กัน สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์มีชื่อเรียกที่คุ้นหูทุกคนว่า สารฟอร์มาลิน” หมายถึงสารละลายที่ประกอบด้วยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ประมาณ 37-40%ในน้ำและมีการเติมสารละลายเมทานอลประมาณ 10-15 % เพื่อป้องกันไม่ให้ฟอร์มาลินเปลี่ยนรูปเป็นโพลิเมอร์พาราฟอร์มาลดีไฮด์ซึ่งมีความเป็นพิษสูงกว่าฟอร์มาลินมาก สารฟอร์มาลิน ส่วนใหญ่แล้วนิยมนำมาใช้ในการดองศพเพื่อไม่ให้ศพเน่าเปื่อย ด้วยคุณสมบัติเด่นข้อนี้ ทำให้พ่อค้าและแม่ค้าแอบนำมาใช้ในการแช่ผักและเนื้อสัตว์โดยเฉพาะอาหารทะเล เพื่อให้อาหารเหล่านั้นดูสดและน่ากินได้นาน จนกระทรวงสาธารณสุขประกาศ สารเคมีชนิดนี้จัดเป็นสารอันตรายต่อผู้บริโภคและจัดเป็นวัตถุห้ามใช้ในอาหาร หากใครฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พิษต่อสุขภาพ [3, 5, 6, 7]

ถ้าความเข้มข้นของสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ร่างกายได้รับสูงเกิน 0.1 ppm ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อตา จมูกและทางเดินหายใจ แต่ถ้าได้รับปริมาณเข้มข้นสูงเกิน 100 ppm อาจทำให้หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิตในที่สุดเนื่องจากที่ความเข้มข้นสูงๆ สารฟอร์มาร์มาลินจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิค (Formaic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายระบบการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย อาการเรื้อรังหากได้รับปริมาณน้อยแต่ระยะยาวจะทำให้เกิดผลเสียกับระบบร่างกายต่างๆ หรือก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้จากงานวิจัยของ Arts และคณะ [8] ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการปริมาณการได้รับสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง พบว่าคนงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีชนิดนี้ที่ระดับสูงกว่า 1 ppm เนื้อเยื่อโพรงจมูกจะถูกทำลายและมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งโพรงจมูกในอนาคตต่อไป

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น [6]

- สัมผัสทางผิวหนัง ให้รีบล้างออกทันทีด้วยน้ำสะอาดโดยมารินน้ำผ่านอย่างน้อย 15 นาที เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นล้างควรล้างด้วยน้ำยาแอมโมเนียความเข้มข้น 5%โดยปริมาตร หากเปื้อนร่างกายในปริมาณมากให้รีบอาบน้ำด้วยน้ำสบู่

- สัมผัสทางตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดโดยใช้น้ำเย็นไหลผ่านดวงตาอย่างน้อย 15 นาที หากยังมีอาการระคายเคืองอยู่ให้นำ

ผู้ป่วยไปพบแพทย์

- ทางเดินหายใจ ให้รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมายังสถานที่ อากาศบริสุทธิ์ และให้ผู้ป่วยสูดไอน้ำจากน้ำที่เติมแอมโมเนีย สำหรับสูดดมลงไป 2-3 หยด ถ้ามีอาการรุนแรงให้ช่วยผายปอดและปั๊มหัวใจ แล้วรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์
- หากกลืนหรือกินฟอร์มาลินเข้าไป ถ้าผู้ป่วยยังมีสติอยู่ให้ดื่มน้ำตามเข้าไปปริมาณมากๆ หรือให้ดื่มน้ำนมตามเข้าไป หรือให้ activated charcoal เข้าไป พร้อมกับล้างบริเวณปากผู้ป่วย และให้บ้วนปากด้วยน้ำ รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์โดยเร็วที่สุด

ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภค [6]

             อาหารที่มักพบสารฟอร์มาลินปนเปื้อน ได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้ ซึ่งวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าอาหารเหล่านั้นมีการปนเปื้อนสารฟอร์มาลินหรือไม่ โปรดสังเกตุดังนี้ ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ให้สังเกตว่า หากถูกแสงแดด หรือลมเป็นเวลานาน แล้วยังสดอยู่ก็ไม่ควรซื้อ ถ้าเป็นผัก ผลไม้ที่มีลักษณะแข็ง เขียว กรอบหรือสดผิดปกติ และถ้าอาหารทะเลที่เนื้อแข็งบางส่วน เปื่อยยุ่ย ไม่ควรซื้อ และในส่วนของผักหรือผลไม้ ให้ดมที่ใบ ผลหรือหักก้านดมว่ามีกลิ่นแสบจมูกหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่ามีฟอร์มาลินปนเปื้อน
การกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Air Detoxify คิดค้นขึ้นมาเพื่อย่อยสลายสารเคมีชนิดนี้ หลักการคือการดูดซับคาร์บอนและย่อยส่วนที่เหลือออกมาให้รูปของไอน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่อุตสาหกรรมสี Nippon AirCare หรือ TOA Supershield Duraclean Oxygen Plus นำไปใช้ในการผลิตสีทาบ้าน [3] นอกจากนี้ จากงานวิจัยของดร. บี ซี วูฟเวอร์ตัน (Dr. B.C. Wolverton) นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยอวกาศนาซ่าซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของไม้ประดับในการกำจัดสารพิษหรือมลพิษในอากาศและตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานไปทั่วโลกในหนังสือชื่อ Eco-Friendly House Plant (ไม้ประดับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) พบว่าไม้ประดับที่เรานิยมปลูกกันทั่วไปไม่เพียงแต่ให้ความสวยงามแต่ยังมีฤทธิ์ช่วยดูดซับสารฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน ทูลีน รวมทั้งไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ได้ดี ตัวอย่างไม้ประดับเช่นสาวน้อยประแป้ง (Dumb Cane) หมากเหลือง (Areca Palm หรือ Yellow Palm) เดหลี (Peace Lily) เยอบีร่า (Gerbera Daisy) วาสนาอธิษฐาน (Cornstalk Plant) จะเห็นได้ว่าล้วนแต่เป็นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ลำต้นไม่ใหญ่ ใช้เนื้อที่ในการปลูกน้อย สามารถปลูกในกระถางและไว้ภายในตัวบ้านได้ [9]

 

อ้างอิง

  1. 1.http://สีทาบ้าน.net
  2. 2.CARB. Identification of formaldehyde as a toxic air contaminant. Part A. Exposure assessment. Technical support document. Sacramento, CA: Stationary Source Division; 1992. p. 103
  3. 3.สารฟอร์มาลดีไฮด์, http://th.wikipedia.org/wiki
  4. 4.http://www.srbr.in.th/Health/formaldehyde.htm
  5. 5.http://www.srbr.in.th/Health/formaldehyde.htm,
  6. 6.http://www.pharm.su.ac.th/cheminlife/cms/index.php/kitchen-room/formaldehyde.html,
  7. 7.Kiernan, J.A. Formaldehyde, formalin, paraformaldehyde and glutaraldehyde: What they are and what they do. Microscopy Today (2000): 8-12.
  8. 8.Josje H.E. Arts , Monique A.J. Rennen, Cees de Heer, Inhaled formaldehyde: Evaluation of sensory irritation in relation to carcinogenicity, Regulatory Toxicology and Pharmacology 44 (2006) 144–160
  9. 9.http://www.tatgreenheart.com/archives/910

        รูปที่ 1 การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม, ที่มาของภาพ: มลพิษทางน้ำ (Water pollution) [3]

                    ภัยจากสารเคมี ไม่ได้มีเพียงแต่ในรูปของก๊าซพิษที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีในรูปการปล่อยสารเคมีในรูปของสารละลายลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ไม่สามารถนำน้ำนั้นมาใช้เพื่อการบริโภค อุปโภค ระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำถูกทำลาย รวมถึงการส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ทำให้ชาวบ้านระแวดนั้นได้รับความเดือดร้อนดังเช่นที่เป็นข่าวฟ้องร้องให้หน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ตัวอย่างเช่น การปล่อยน้ำเสียออกสู่ลำคลองของโรงงาน ไทยแมค เอสทีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปยางพาราอัดแท่ง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมากในคลองปกาสัย [1] และในปี พ.ศ. 2553โรงงานอุตสาหกรรมฟอกย้อมได้ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำซึ่งตั้งอยู่ริมคลองสำโรงเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาแสดงดังรูปที่ 2 และนอกจากนี้ยังพบว่าโรงงานอุตสาหกรรมอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาได้ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ ทำให้หน่วยงานกรียพีซออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฏหมายควบคุมการปล่อยน้ำเสีย บังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เปิดเผยข้อมูลการใช้สารเคมีในทุกกระบวนการและขั้นตอนการปล่อยมลพิษของโรงงานออกสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การลดการใช้สารพิษ [2]

รูปที่ 2 น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมฟอกย้อม ริมคลองสำโรง, ที่มาของภาพ: [2]

 

Mersmann [4] รายงานว่าน้ำเสียที่ได้จากอุตสาหกรรมทางเคมีประกอบด้วยสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งงานทางวิศวกรรมเคมีได้เสนอแนวทางให้การบำบัดน้ำเสียไว้ 5 แนวทางดังนี้

- วิธีทางกล (Mechanical) เช่น การกรอง การหมุนเหวี่ยงแยก

- วิธีทางความร้อน (Thermal) เช่น การกลั่น การระเหย การตกผลึก

- วิธีทางชีวภาพ (Biological) เช่น การใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายหรือบำบัดน้ำเสีย

- วิธีทางเคมี (Chemical) เช่น การเติมสารเคมี หรือการใช้ แสง UV เป็นต้น

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดค่ามาตรฐานน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงานต้องมีคุณสมบัติดังนี้

ตารางที่ 1 ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม [5, 6]

  
  

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม

  
  

ดัชนีคุณภาพน้ำ

  
  

ค่ามาตรฐาน

  
  

วิธีวิเคราะห์

  

1. ค่าความเป็นกรดและด่าง (pH valve)

5.5-9.0

pH Meter

2. ค่าทีดีเอส   (TDS หรือ Total Dissolved Solids)

• ไม่เกิน 3,000 มก/ล. หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้ง   หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 5,000 มก./ล.  

• น้ำทิ้งที่จะระบายลงแหล่งน้ำกร่อยที่มีค่าความเค็ม (Salinity) เกิน 2,000   มก./ล. หรือลงสู่ทะเล ค่าทีดีเอสในน้ำทิ้งจะมีค่ามากกว่าค่าทีดีเอสที่มีอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยหรือทะเลได้ไม่เกิน 5,000 มก./ล.

ระเหยแห้งที่อุณหภูมิ 103-105oC เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

3. ค่าสารแขวนลอย (Suspended   Solids)

ไม่เกิน 50 มก./ล หรืออาจแตกต่างกันแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้งหรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมหรือประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียตามที่คณะกรรมควบคุมมลพิษเห็นสมควรไม่เกิน   150 มก./ล

กรองผ่านกระดาษกรองใยแก้ว (Glass Fiber Filter Disc)

4. อุณหภูมิ   (Temperature)

ไม่เกิน 40°C

เครื่องวัดอุณหภูมิ หมายเหตุ วัดขณะโรงงานดำเนินงาน

5. สีหรือกลิ่น

ไม่เป็นที่พึงรังเกียจ

ไม่ได้กำหนด

6. ซัลไฟด์ (Sulfide หรือ H2S)

ไม่เกิน 1.0   มก./ล.

Titrate

7. ไซยาไนด์ (Cyanice หรือ HCN)

ไม่เกิน 0.2 มก./ล.

กลั่นและตามด้วยวิธี   Pyridine Barbituric Acid

8. น้ำมันและไขมัน   (Fat, Oil and Grease)

ไม่เกิน 5.0   มก./ล.   หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งรองรับน้ำทิ้งหรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน   15 มก./ล.

สกัดด้วยตัวทําละลาย   แล้วแยกหาน้ำหนักของน้ำมันและไขมัน

9. ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)

ไม่เกิน 1.0   มก./ล.

Spectrophotometry

10. สารประกอบฟีนอล (Phenols)

ไม่เกิน 1.0 มก./ล.

กลั่นและตามด้วยวิธี   4-Aminoantipyrine

11. คลอรีนอิสระ (Free Chlorine)

ไม่เกิน 1.0 มก./ล.

lodometric Method

12. สารปราบศัตรูพืชและสัตว์ (Pesticide)

ต้องตรวจไม่พบตามวิธีตรวจสอบที่กำหนด

Gas-Chromatography

13. ค่าบีโอดี (5   วันที่อุณหภูมิ 20 oC (Biochemical Oxygen Demand : BOD)

ไม่เกิน 20 มก./ล. หรือแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งน้ำทิ้ง   หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 60 มก./ล.

Azide Modification ที่อุณหภูมิ 20oC เป็นเวลา 5 วัน

14. ค่าทีเคเอ็น (TKN   หรือ Total Kjeldahl Nitrogen)

ไม่เกิน 100 มก./ล. หรือแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งน้ำทิ้ง   หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 200 มก./ล.

Kjeldahl

15. ค่าซีโอดี (Chemical   Oxygen Demand : COD)

ไม่เกิน 120 มก./ล. หรือแตกต่างแล้วแต่ละประเภทของแหล่งน้ำทิ้ง   หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 400 มก./ล.

Potassium Dichromate Digestion

16. โลหะหนัก (Heavy Metal)

1. สังกะสี (Zn)

ไม่เกิน 5.0 มก./ล.

Atomic Absorption

Spectro Photometry ชนิด Direct Aspiration หรือวิธี Plasma Emission Spectroscopy ชนิด Inductively   Coupled Plama : ICP

  

 

 

 

 

 

 

 

2. โครเมียมชนิดเฮ็กซาวาเลนท์ (Hexavalent   Chromium)

ไม่เกิน 0.25 มก./ล.

3. โครเมียมชนิดไตรวาเลนท์ (Trivalent   Chromium)

ไม่เกิน 0.75 มก./ล.

4. ทองแดง (Cu)

ไม่เกิน 2.0 มก./ล.

5. แคดเมียม (Cd)

ไม่เกิน 0.03 มก./ล

6. แบเรียม (Ba)

ไม่เกิน 1.0 มก./ล

7. ตะกั่ว (Pb)

ไม่เกิน 0.2 มก./ล.

8. นิคเกิล (Ni)

ไม่เกิน 1.0 มก./ล.

9. แมงกานีส (Mn)

ไม่เกิน 5.0 มก./ล.

10. อาร์เซนิค   (As)

ไม่เกิน 0.25 มก./ล.

-Atomic Absorption Spectrophotometry ชนิด Hydride   Generation หรือวิธี Plasma Emission Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plasma : ICP

11. เซเลเนียม (Se)

ไม่เกิน 0.02 มก./ล.

-Atomic Absorption Spectrophotometry ชนิด Hydride   Generation หรือวิธี Plasma Emission Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plasma : ICP

12. ปรอท (Hg)

ไม่เกิน 0.005 มก./ล.

-Atomic Absorption Cold Vapour Techique

 

อ้างอิง

1. http://hktaus>4.blogspot.com/2011/08/blog-post_4764.html

2. http://www.flickr.com/photos/gpsea/4501787831/

3. http://student.nu.ac.th/teerapat/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882.html

4. A. Mersmann, Purification of waste water in the chemical industry, Chemical Engineering and Processing 34 (1995) 279-282

5. http://www<span< a=""> lang="TH">2.diw.go.th/PIC/download/info/water1.pdf

6. www.dld.go.th/certify/th/images/stories/BLSC/environment/.../l8.doc

© 2012 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Top Desktop version