::DPM::

Switch to desktop Register Login

                พิษจากแคดเมียมไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป เพราะแคดเมียมถือเป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม [1] โดยสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทางคือ การหายใจเอาไอของสารแคดเมียมที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นละอองหรือแม้แต่การสูบบุหรี่ หากคนที่สูบบุหรี่สังเกตุข้อความที่เขียนบนซองบุหรี่จะพบว่าบุหรี่ 1 มวนมีปริมาณสารแคดเมียม  1-2 ไมโครกรัม โดย 10% ของปริมาณแคดเมียมจะเข้าสู่ร่างกายได้เวลาสูบ [2] และจากงานวิจัยของ Satarug และคณะ [3] พบว่าการสูบบุหรี่ช่วยเพิ่มโอกาสการได้รับความเป็นพิษจากสารแคดเมียมเป็นสองเท่าของคนที่ไม่ได้สัมผัสกับแคดเมียม และอีกทางหนึ่งที่แคดเมียมเข้าสู่ร่างกายคือทางอาหารที่เรากินเข้าไป อาหารที่มักมีการปนเปื้อนสารแคดเมียมได้แก่ ข้าว ผัก ผลไม้ อาหารทะเลต่างๆ ซึ่งระดับความเข้มข้นของสารแคดเมียมที่เข้าสู่ร่างกายขึ้นอยู่กับระดับปริมาณสารแคดเมียมที่สะสมในอากาศแหล่งน้ำและแหล่งดินที่ปลูกพืชผลทางเกษตร เมื่อแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหารแล้วลำเลียงไปตามกระแสเลือดพร้อมกับเม็ดเลือดแดงและจะจับกับโปรตีนที่ชื่อว่า Metallothionein สร้างเป็นสารประกอบเชิงซ้อนส่งไปที่ไต ทำให้เกิดโรคพิษเรื้อรังที่ไต [4] จากงานวิจัยของจินตนาและสมิง [5] และJarup และคณะ[6] พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของแคดเมียมที่ได้รับจะถูกสะสมที่ตับและไต ซึ่งแคดเมียมมีค่าครึ่งชีวิต 10-30 ปี แสดงว่าต้องใช้เวลายาวนานถึง 10-30 ปี ถึงจะขับสารแคดเมียมครึ่งหนึ่งที่ได้รับออกจากร่างกายได้ จากข้อมูลในส่วนนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก หากเราได้รับสารแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายเพราะนั่นหมายถึงว่าสารแคดเมียมจะอยู่กับคุณไปอีกไม่ต่ำกว่า 30 ปีแน่นอน

                จากงานวิจัยของ Michael P. Waalkes [7] พบว่าแคดเมียมถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งปอด และการสัมผัสกับแคดเมียมยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งต่อมลูกหมากและไตแต่ไม่ส่งผลรุนแรงเท่ากับมะเร็งปอด ส่วนที่อวัยวะอื่นๆ เช่นตับ ตับอ่อน และช่องท้อง ยังไม่สามารถสรุปได้

                เหตุการณ์การพิษจากสารแคดเมียม ทุกคนคงรู้จักกันดีในโรคที่เรียกว่า โรคอิไต อิไต ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า โอ๊ย โอ๊ย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ แม่น้ำจินสุ เขตโตยามา ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณแม่น้ำมีอาการป่วยเป็นโรคไต กระดูกผุ ปวดบริเวณเอวและหลังเป็นจำนวนมาก แสดงภาพได้ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 ผู้ป่วยโรค อิไต อิไต, ที่มาของภาพ [8]

สำหรับประเทศ เหตุการณ์การปนเปื้อนของแคดเมียมที่เป็นข่าวระดับประเทศคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ปี พ.ศ. 2541 พบการปนเปื้อนสารแคดเมียมในตะกอนดินที่ ห้วยแม่ตาว ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จังหวัดตากเกินค่ามาตรฐาน จากการสุ่มตรวจข้าวจากยุ้งฉางพบว่ามีค่าแคดเมียมเฉลี่ย 1.33 มก./กก. ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานการบริโภค ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 0.2 มก./กก. ซึ่งคาดว่าสารแคดเมียมที่ปนเปื้อนในตะกอนดินมากจากบริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัดและบริษัทตากไมนิ่ง และบางส่วนอาจเกิดการชะล้างพังทลายของแหล่งแร่ตามธรรมชาติ และจากเหตุการณ์ดังกล่าว สถาบันจัดการคุณภาพน้ำนานาชาติได้ทำการตรวจวัดและเก็บข้อมูลระดับสารแคดเมียมในดินและนาข้าวตั้งปี พ.ศ.2541-2546 พบว่ายังคงผลผลิตทางการเกษตรยังคงมีการปนเปื้อนของสารแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน ร้อยละ 95 ของเมล็ดข้าวที่สุ่มตรวจพบว่ามีค่าปนเปื้อนสารแคดเมียมสูงเกินมาตรฐาน และข้อมูลการตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2546 จำนวน 250 คนพบว่ามีค่าเฉลี่ยแคดเมียมในเลือดเท่ากับ 3.58 ไมโครกรัมต่อลิตร และในปัสสาวะ 3.6 ไมโครกรัมต่อกรัมครีอาตินีน และพบประชาชนผู้สัมผัสสารแคดเมียมมีความเสี่ยงสูงสุดจำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 และในปี พ.ศ.2550 องค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติจึงได้กำหนดค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ร่างกายสามารถรับได้ที่  7ไมโครกรัม/กิโลกรัม/คน (สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม) [9]

เนื่องจากแคดเมียมเป็นโลหะหนักที่มีสีสันสวยงาม สีเงินแกมขาวและดัดขึ้นรูปได้ง่ายทนต่อการกัดกร่อน และมีจุดหลอมเหลว จุดเดือดที่สูงโดยมีค่าจุดหลอมเหลว 302.90C จุดเดือด 7670C จึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมหลายประเภทเช่น [10]

1. ใช้ผสมกับโลหะอื่นเป็นโลหะผสมอัลลอยด์ (alloy) เพื่อใช้ในการผลิตเส้นลวดโทรเลขและโทรศัพท์ แบบพิมพ์และแคดเมียมที่มีความบริสุทธิ์สูงๆจะถูกใช้ในการผสมกับโลหะอื่นเพื่อให้มีคุณสมบัติกึ่งตัวนำ(semiconductor)

2. ใช้ในการชุบโลหะ โดยโลหะที่ได้หลังการชุบจะถูกใช้ส่วนประกอบของเครื่องบิน รถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า

3. ใช้เป็นเม็ดสีในอุตสาหกรรม

4. ใช้ผลิตแบตเตอรี่

5. ใช้ในกิจการอื่นๆ เช่น ผสมเป็นสารฆ่าเชื้อรา ผลิตหลอดฟลูออเรสเซนต์ ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการให้ทนความร้อนเช่นหม้อน้ำรถยนต์

        ดังนั้นคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมข้างต้นควรมีอุปกรณ์ป้องกันที่ดีและอยู่ในที่อากาศถ่ายเทหากต้องทำงานร่วมกับสารแคดเมียม โดยเฉพาะคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมโลหะ ผลิตแบตเตอร์รี่อิเล็กทรอนิกส์และคนที่สูบยาสูบหรือบุหรี่ [11]

ฝากเตือน คุณทราบถือไม่ว่า ไส้แบตเตอรี่ของมือถือที่คุณใช้อยู่ หากคุณทิ้งมันโดยไม่มีแยกขยะว่าเป็นขยะอันตราย เท่ากับว่าคุณกำลังสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไส้แบตเตอรี่ของมือถือมี 2 ชนิดคือ ชนิด NICAD (เซลล์นิคเกิลแคดเมียม) และชนิด Hydride (เซลล์นิคเกิลเมทัลไฮไดรด์) ซึ่งถ่านชนิด NICAD (เซลล์ นิคเกิลแคดเมียม) แสดงดังรูปที่ 1 ขั้วลบของถ่านชนิดนี้เป็นแคดเมียมไฮดรอกไซด์เมื่อบรรจุไฟจะกลายสภาพเป็นแคดเมียมที่เป็นสารก่อมลพิษ [12] เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว อย่าลืมแยกประเภทขยะก่อนทิ้งนะค่ะ

รูปที่ 2 ถ่านชนิด NICAD, ที่มาของภาพ [12]

อ้างอิง

  1. 1.C.D. Klaassen, J. Liu, S. Choudhuri, 1999, Metallothionein: an intracellular protein to protect against cadmium toxicity, Annu. Rev. Pharmacol. Toxicol. Vol. 39:267–294
  2. 2.วลัยพร มุขสุวรรณ. 2549. แคดเมียม ไม่ใช่แค่ที่แม่ตาว. หน่วยข้อสนเทสวัตถุอันตรายและความปลอดภัย ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย. http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=2&;ID=25
  3. 3.S. Satarug, J.R. Baker, S. Urbenjapol, M. Haswell-Elkins, P.E.B. Reilly, D.J. Williams, M.R. Moore, 2003, A global presepective on cadmium pollution and toxicity in nonoccupationally exposed population, Toxicol. Lett. Vol. 137:65–83
  4. 4.Cadmium ASTDRCadmium: ASTDR public health statement. [Online] Available: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/phs5.html
  5. 5.วิภาดา ขจรเอนกกุล, สราวุธ ชูกระชั้น, วงศ์ขวัญ จิตนุพงศ์. 2551.การตรวจวัดปริมาณแคดเมียมในตับไก่ เป็ด และสุกร.วารสารวิชาการ BQCLP E-journal ปีที่1 เล่ม 2 (เมษายน-กันยายน 2551).24-32 อ้างถึงจินตนา ศิริวราศัย และสมิง เก่าเจริญ 2545. จุลสารพิษวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มีนาคม 2545
  6. 6.Jarup L, Berglund M, Elinder CG, Nordberg G, Vahter M: Health effects of cadmium exposure—a review of the literature and a risk estimate. Scand J Work Environ Health 1998;24:1–51.
  7. 7.Michael P. Waalkes, 2003, Review Cadmium carcinogenesis. Mutation Research. Vol. 533: 107–120.
  8. 8.http://www.suriyothai.ac.th/th/node/662
  9. 9.http://www.chemtrack.org/HazMap-Disease-Info.asp?ID=29
  10. 10.เขมชิต ธนากิจชาญเจริญ, นงนาถ เมฆรังสิมันต์, สุรชัย ศิลามณีโชติ. 2551. ประโยชน์และความเป็นพิษของโลหะหนักแคดเมียม.http://www.dss.go.th/dssweb/st-articles/files/cp_4_2551_Cadmium.pdf
  11. 11.International Agency for Research on Cancer Monographs,Beryllium, Cadmium, Mercury and Exposures in the Glass Industry, vol. 58, IARC, Lyon, 1993, pp. 119–238.
  12. 12.http://www.vcharkarn.com/varticle/40198

โลหะหนักคือ ???   ทุกคนคงเคยได้ยินคำถามนี้หรือเคยสงสัยว่ามันคืออะไร ในบทความฉบับนี้จะช่วยตอบคำถามและบอกถึงภัยร้ายจากมันอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

                โลหะหนัก (Heavy metal) คือกลุ่มธาตุที่มีความหนาแน่นมากกว่า 5 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรและความถ่วงจำเพาะสูงกว่า 4 [1] ถ้าคุณยังมองไม่เห็นภาพให้ลองเทียบกับน้ำซึ่งมีความหนาแน่นเท่ากับ 1 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งแสดงว่าคุณสมบัติเบื้องต้นของโลหะหลักคือจมน้ำแต่โลหะหนักมีคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างคือ ต้องเป็นโลหะที่อยู่ในกลุ่มธาตุ Transition metals ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มธาตุที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ไม่สลายตัวในกระบวนการทางธรรมชาติ มีความเสถียร และสามารถสะสมอยู่ในอากาศ ดินและแหล่งน้ำรวมถึงสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้อีกด้วย จัดเป็นกลุ่มธาตุที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ธาตุที่จัดเป็นโลหะหนักมีทั้งหมด 22 ชนิดได้แก่ ทองแดง เงิน ทองคำ ทองคำขาว สังกะสี ตะกั่ว ดีบุก โครเมียม ทังสเตน พลวง แคดเมียม ปรอท บิสมัส พลวง ไททาเนียม แทนทาลัม โคบอลต์ ยูเรเนียม นิเกิล แมงกานีส โมลิเดียม และเบอร์มัสเนียม [2] จะเห็นว่าเป็นล้วนแต่เป็นธาตุที่นิยมนำใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท และจากข้อมูลการจัดอันดับสารอันตรายโดยองค์กร The Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR) [3] แสดงดังตารางที่ 1 พบว่า มีโลหะหนัก 3 ชนิดติด10 อันดับแรกของสารอันตรายจากทั้งหมด 275 รายการทั้งในปี ค.ศ. 2007 และค.ศ.2011 คือ ตะกั่ว (Lead) ปรอท (Mercury) และแคดเมียม (Cadmium)

ตารางที่ 1 10 อันดับแรกสารอันตรายโดยองค์กร The Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR)

2011 RANK

SUBSTANCE NAME

2007 RANK

           CAS RN

1

ARSENIC

1

007440-38-2

2

LEAD

2

007439-92-1

3

MERCURY

3

007439-97-6

4

VINYL   CHLORIDE

4

000075-01-4

5

POLYCHLORINATED   BIPHENYLS

5

001336-36-3

6

BENZENE

6

000071-43-2

7

CADMIUM

7

007440-43-9

8

BENZO(A)PYRENE

9

000050-32-8

9

POLYCYCLIC   AROMATIC HYDROCARBONS

8

130498-29-2

10

BENZO(B)FLUORANTHENE

10

000205-99-2

ที่มาของข้อมูล: Agency for Toxic Substances and Disease Registry [3]

เนื่องจากโลหะหนักมีความคงตัว สามารถสะสมได้ในแหล่งน้ำ แหล่งดินและอากาศ เพื่อเป็นกันป้องกันอันตรายจากการได้รับพิษจากโลหะหนัก ประเทศไทยได้มีการจัดทำมาตรฐานอาหารปนเปื้อนโลหะเช่นกันซึ่งประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการปนเปื้อนของโลหะในอาหารแสดงดังตารางที่ 2 [4]

ตารางที่ 2 มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อนโลหะ

ที่มาของข้อมูล [4]

จะเห็นได้ปริมาณการปนเปื้อนของโลหะในอาหารที่จัดเป็นโลหะหนักอนุญาติให้ปนเปื้อนในอาหารได้ในปริมาณที่น้อยกว่าโลหะทั่วไปเมื่อเทียบกับน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความเป็นพิษจากโลหะหนักเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะรุนแรงกว่าโลหะทั่วไป แบ่งความรุนแรงต่อกลไกระดับเซลล์ได้ 5 แบบดังนี้ [5]
1. ทำให้เซลล์ตาย
2. เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซลล์
3. เป็นตัวการทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง
4. ทำให้เกิดความผิดปกติทางรหัสพันธุกรรม
5. ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซมทางพันธุกรรม

อันตรายจากจากโลหะหนัก ในบทความฉบับนี้กล่าวถึงโลหะหนักที่ชื่อว่า ตะกั่ว ซึ่งติดอันดับ 2 สารอันตรายที่จัดโดยองค์กร ATSDR และความเป็นพิษของตะกั่วเป็นที่รู้กันดีตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 แล้วเมื่อมีเด็กเกิดอาการชัก โคม่าและตายในที่สุดจากการได้รับสารตะกั่ว [6] ตะกั่วถือเป็นสารสำคัญที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมแพร่หลาย โดยมีปริมาณการใช้ทั่วโลกประมาณ 2.5ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ ท่อระบายน้ำอุปกรณ์ทางทหาร รวมถึงสารตะกั่วในน้ำมันเบนซีน เนื่องจากตะกั่วไม่สามารถกำจัดได้โดยกระบวนการทางธรรมชาติเกิดการสะสมทั้งในดิน อากาศและแหล่งน้ำ เมื่อเรากิน ผัก ผลไม้ ข้าวโพดที่ปลูกด้วยดินที่มีปนเปื้อนสารตะกั่ว หม้อก๋วยเตี๋ยวที่เชื่อมด้วยตะกั่ว การนำน้ำที่มีการปนเปื้อนสารตะกั่วมาใช้ เป็นต้นก็จะทำให้ตะกั่วเข้าสู่ร่างกายเราได้ และนอกจากนี้ยังพบอีกว่าที่ประเทศจีน ใช้สารตะกั่วออกไซด์ (Lead Oxide, PbO) ในการดองไข่ ซึ่งถือเป็นวิธีดั้งเดิม และแบรนด์อาหารชั้นน้ำในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang Province) พบว่า 5 ใน 11 แบรนด์ใช้สารตะกั่วออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน [7] นอกจากนี้ Bogden [8] รายงานว่าในปี ค.ศ.1994 หน่วยงาน The Consumer Product Safety Commission ของประเทศสหรัฐ พบดินสอสี 11 ยี่ห้อที่นำเข้าและผลิตจากประเทศจีนมีสารตะกั่วปนเปื้อน และสามยี่ห้อมีความเป็นพิษสูงพอที่จะทำให้เด็กเป็นโรคพิษจากตะกั่ว

เมื่อสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ จะไปยึดกับเม็ดเลือดแดงและแพร่กระจายไปตามเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายทำให้เกิดภาวะผิดปกติ อวัยวะที่มักถูกทำลายโดยตะกั่วได้แก่ กระดูก สมอง ไต และต่อมไทรอยด์[2] แสดงภาพดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 โรคพิษตะกั่ว, ที่มาของภาพ [9]

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเด็กที่ได้สารตะกั่วจะมีระดับ IQ ต่ำกว่าเด็กทั่วไป โดยทุกๆ ความเข้มข้น 10 mg/L ของตะกั่วที่ได้รับจะทำให้ระดับ IQ ของเด็กลดลงจะลดลง 2-4 point [10] Shen และคณะ [11] กล่าวว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนอุตสาหกรรมและการจราจรติดขัดของประเทศจีนมีระดับตะกั่วในเลือดสูงกว่าเด็กที่อาศัยในพื้นที่อื่นๆ โดยเด็กมีค่าเฉลี่ยระดับตะกั่วในเลือด (blood lead levels, BPb) สูงถึง 21.8-67.9 pg/dl. ซึ่งแสดงถึงระดับความเป็นพิษจากตะกั่วที่เด็กได้รับสูง 64.9%-99.5% ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กช้ากว่าปกติ

 

อ้างอิง

1.http://www.npc-se.co.th/npc_date/npc_previews.asp?id_head=14&;id_sub=6&id=368

2.http://www.aiyaragems.com/content.aspx?id=1460

3.http://www.atsdr.cdc.gov/SPL/index.html

4.Heavy metal, Food Network Solution http://www.foodnetworksolution.com

5.Rosen, J.F. 1992. Health effects of lead at low exposure levels. Am. J. Dis. Child. Vol. 146: 1278-1280.

6.http://www.doctor.or.th/article/detail/4102

7.Dai, Z.Z., Yang, L.L. and Xiao, R. 1985. Residual lead in Pi Dan. Chin. Public Health. Vol. 1985: 60-63.

8.Bogden, J.D. 1975. Extraction of lead from printed matter at physiological values of pH. Arch. Environ. Health. Vol. 30: 442-448.

9.โรคพิษตะกั่ว, http://guru.sanook.com

10.http://www.cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4613/lesson/main12.html

11.Shen, X.-M., Rosenb, J. F., Guoa, Di., Wua. S-M. 1996. Childhood lead poisoning in China. Sci Total Environ. Vol. 181:101-109.

 

© 2012 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Top Desktop version