::DPM::

Switch to desktop Register Login

โลหะหนักคือ ???   ทุกคนคงเคยได้ยินคำถามนี้หรือเคยสงสัยว่ามันคืออะไร ในบทความฉบับนี้จะช่วยตอบคำถามและบอกถึงภัยร้ายจากมันอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

                โลหะหนัก (Heavy metal) คือกลุ่มธาตุที่มีความหนาแน่นมากกว่า 5 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรและความถ่วงจำเพาะสูงกว่า 4 [1] ถ้าคุณยังมองไม่เห็นภาพให้ลองเทียบกับน้ำซึ่งมีความหนาแน่นเท่ากับ 1 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งแสดงว่าคุณสมบัติเบื้องต้นของโลหะหลักคือจมน้ำแต่โลหะหนักมีคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างคือ ต้องเป็นโลหะที่อยู่ในกลุ่มธาตุ Transition metals ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มธาตุที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ไม่สลายตัวในกระบวนการทางธรรมชาติ มีความเสถียร และสามารถสะสมอยู่ในอากาศ ดินและแหล่งน้ำรวมถึงสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้อีกด้วย จัดเป็นกลุ่มธาตุที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ธาตุที่จัดเป็นโลหะหนักมีทั้งหมด 22 ชนิดได้แก่ ทองแดง เงิน ทองคำ ทองคำขาว สังกะสี ตะกั่ว ดีบุก โครเมียม ทังสเตน พลวง แคดเมียม ปรอท บิสมัส พลวง ไททาเนียม แทนทาลัม โคบอลต์ ยูเรเนียม นิเกิล แมงกานีส โมลิเดียม และเบอร์มัสเนียม [2] จะเห็นว่าเป็นล้วนแต่เป็นธาตุที่นิยมนำใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท และจากข้อมูลการจัดอันดับสารอันตรายโดยองค์กร The Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR) [3] แสดงดังตารางที่ 1 พบว่า มีโลหะหนัก 3 ชนิดติด10 อันดับแรกของสารอันตรายจากทั้งหมด 275 รายการทั้งในปี ค.ศ. 2007 และค.ศ.2011 คือ ตะกั่ว (Lead) ปรอท (Mercury) และแคดเมียม (Cadmium)

ตารางที่ 1 10 อันดับแรกสารอันตรายโดยองค์กร The Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR)

2011 RANK

SUBSTANCE NAME

2007 RANK

           CAS RN

1

ARSENIC

1

007440-38-2

2

LEAD

2

007439-92-1

3

MERCURY

3

007439-97-6

4

VINYL   CHLORIDE

4

000075-01-4

5

POLYCHLORINATED   BIPHENYLS

5

001336-36-3

6

BENZENE

6

000071-43-2

7

CADMIUM

7

007440-43-9

8

BENZO(A)PYRENE

9

000050-32-8

9

POLYCYCLIC   AROMATIC HYDROCARBONS

8

130498-29-2

10

BENZO(B)FLUORANTHENE

10

000205-99-2

ที่มาของข้อมูล: Agency for Toxic Substances and Disease Registry [3]

เนื่องจากโลหะหนักมีความคงตัว สามารถสะสมได้ในแหล่งน้ำ แหล่งดินและอากาศ เพื่อเป็นกันป้องกันอันตรายจากการได้รับพิษจากโลหะหนัก ประเทศไทยได้มีการจัดทำมาตรฐานอาหารปนเปื้อนโลหะเช่นกันซึ่งประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการปนเปื้อนของโลหะในอาหารแสดงดังตารางที่ 2 [4]

ตารางที่ 2 มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อนโลหะ

ที่มาของข้อมูล [4]

จะเห็นได้ปริมาณการปนเปื้อนของโลหะในอาหารที่จัดเป็นโลหะหนักอนุญาติให้ปนเปื้อนในอาหารได้ในปริมาณที่น้อยกว่าโลหะทั่วไปเมื่อเทียบกับน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความเป็นพิษจากโลหะหนักเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะรุนแรงกว่าโลหะทั่วไป แบ่งความรุนแรงต่อกลไกระดับเซลล์ได้ 5 แบบดังนี้ [5]
1. ทำให้เซลล์ตาย
2. เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซลล์
3. เป็นตัวการทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง
4. ทำให้เกิดความผิดปกติทางรหัสพันธุกรรม
5. ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซมทางพันธุกรรม

อันตรายจากจากโลหะหนัก ในบทความฉบับนี้กล่าวถึงโลหะหนักที่ชื่อว่า ตะกั่ว ซึ่งติดอันดับ 2 สารอันตรายที่จัดโดยองค์กร ATSDR และความเป็นพิษของตะกั่วเป็นที่รู้กันดีตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 แล้วเมื่อมีเด็กเกิดอาการชัก โคม่าและตายในที่สุดจากการได้รับสารตะกั่ว [6] ตะกั่วถือเป็นสารสำคัญที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมแพร่หลาย โดยมีปริมาณการใช้ทั่วโลกประมาณ 2.5ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ ท่อระบายน้ำอุปกรณ์ทางทหาร รวมถึงสารตะกั่วในน้ำมันเบนซีน เนื่องจากตะกั่วไม่สามารถกำจัดได้โดยกระบวนการทางธรรมชาติเกิดการสะสมทั้งในดิน อากาศและแหล่งน้ำ เมื่อเรากิน ผัก ผลไม้ ข้าวโพดที่ปลูกด้วยดินที่มีปนเปื้อนสารตะกั่ว หม้อก๋วยเตี๋ยวที่เชื่อมด้วยตะกั่ว การนำน้ำที่มีการปนเปื้อนสารตะกั่วมาใช้ เป็นต้นก็จะทำให้ตะกั่วเข้าสู่ร่างกายเราได้ และนอกจากนี้ยังพบอีกว่าที่ประเทศจีน ใช้สารตะกั่วออกไซด์ (Lead Oxide, PbO) ในการดองไข่ ซึ่งถือเป็นวิธีดั้งเดิม และแบรนด์อาหารชั้นน้ำในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang Province) พบว่า 5 ใน 11 แบรนด์ใช้สารตะกั่วออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน [7] นอกจากนี้ Bogden [8] รายงานว่าในปี ค.ศ.1994 หน่วยงาน The Consumer Product Safety Commission ของประเทศสหรัฐ พบดินสอสี 11 ยี่ห้อที่นำเข้าและผลิตจากประเทศจีนมีสารตะกั่วปนเปื้อน และสามยี่ห้อมีความเป็นพิษสูงพอที่จะทำให้เด็กเป็นโรคพิษจากตะกั่ว

เมื่อสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ จะไปยึดกับเม็ดเลือดแดงและแพร่กระจายไปตามเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายทำให้เกิดภาวะผิดปกติ อวัยวะที่มักถูกทำลายโดยตะกั่วได้แก่ กระดูก สมอง ไต และต่อมไทรอยด์[2] แสดงภาพดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 โรคพิษตะกั่ว, ที่มาของภาพ [9]

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเด็กที่ได้สารตะกั่วจะมีระดับ IQ ต่ำกว่าเด็กทั่วไป โดยทุกๆ ความเข้มข้น 10 mg/L ของตะกั่วที่ได้รับจะทำให้ระดับ IQ ของเด็กลดลงจะลดลง 2-4 point [10] Shen และคณะ [11] กล่าวว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนอุตสาหกรรมและการจราจรติดขัดของประเทศจีนมีระดับตะกั่วในเลือดสูงกว่าเด็กที่อาศัยในพื้นที่อื่นๆ โดยเด็กมีค่าเฉลี่ยระดับตะกั่วในเลือด (blood lead levels, BPb) สูงถึง 21.8-67.9 pg/dl. ซึ่งแสดงถึงระดับความเป็นพิษจากตะกั่วที่เด็กได้รับสูง 64.9%-99.5% ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กช้ากว่าปกติ

 

อ้างอิง

1.http://www.npc-se.co.th/npc_date/npc_previews.asp?id_head=14&;id_sub=6&id=368

2.http://www.aiyaragems.com/content.aspx?id=1460

3.http://www.atsdr.cdc.gov/SPL/index.html

4.Heavy metal, Food Network Solution http://www.foodnetworksolution.com

5.Rosen, J.F. 1992. Health effects of lead at low exposure levels. Am. J. Dis. Child. Vol. 146: 1278-1280.

6.http://www.doctor.or.th/article/detail/4102

7.Dai, Z.Z., Yang, L.L. and Xiao, R. 1985. Residual lead in Pi Dan. Chin. Public Health. Vol. 1985: 60-63.

8.Bogden, J.D. 1975. Extraction of lead from printed matter at physiological values of pH. Arch. Environ. Health. Vol. 30: 442-448.

9.โรคพิษตะกั่ว, http://guru.sanook.com

10.http://www.cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4613/lesson/main12.html

11.Shen, X.-M., Rosenb, J. F., Guoa, Di., Wua. S-M. 1996. Childhood lead poisoning in China. Sci Total Environ. Vol. 181:101-109.

 

© 2012 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Top Desktop version