::DPM::

Switch to desktop Register Login

สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) คือ ???

Rate this item
(9 votes)

            ทุกวันนี้ทุกคนคงหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกลุ่มสารเคมีที่เรียกว่า สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า สาร VOCs ได้ยาก เนื่องจากสาร VOCs เป็นสารเคมีที่สำคัญในผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนต้องใช้ในครัวเรือนหลายประเภท เช่น ทินเนอร์ สารทำความสะอาด น้ำมันหล่อลื่น [1] ควันบุหรี่ สีทาบ้าน น้ำยาฟอกสี น้ำยาซักแห้ง ยาฆ่าแมลง หรือแม้แต่สารที่เกิดจากการเผาไหม้ และสาร VOCs ยังสามารถแฝงตัวอยู่ในอากาศ อาหาร และแหล่งน้ำ เป็นต้น [2] สาร VOCs มีคุณสมบัติที่สำคัญคือระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิและความดันปกติทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ มีอะตอมของธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก และอาจมีองค์ประกอบของธาตุอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่น ออกซิเจน ฟลูออไรด์ คลอไรด์ โบรไมด์ ซัลเฟอร์และไนโตรเจน และเมื่อแบ่งกลุ่มสารVOCs ตามลักษณะโครงสร้างโมเลกุลจะแบ่งได้สองกลุ่มแสดงดังตารางที่ 1 ดังนี้

ตารางที่ 1 กลุ่มสาร VOCs แบ่งตามโครงสร้างโมเลกุล [2]

แหล่งกำเนิดสาร VOCs ไอระเหยสาร VOCs ในบรรยากาศส่วนมากมาจากอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเลียม สาเหตุหลักมาจากการรั่วไหลในระหว่างการถ่ายเทสารลงถังเก็บ การรั่วของท่อส่งสาร และกลิ่นของน้ำเสียเป็นต้น [1] นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 2005 หน่วยงาน Us Environmental Protection Agency [3] สรุปแหล่งกำเนิดสาร VOCs แสดงดังรูปที่ 1 พบว่าไอระเหย VOCs จากการใช้สารเป็นตัวทำละลายสูงสุด (29%) รองลงคือยานพาหนะ (28%)

รูปที่ 1 แหล่งกำเนิดสาร VOCs ในปีศ.ศ. 2005, ที่มาของภาพ [3]

อันตรายจากสาร VOCs ถึงแม้ว่าสาร VOCs ไม่ถูกจัดว่าเป็นสารเคมีที่มีพิษรุนแรงแต่การควบคุมการปล่อยสาร VOCs ออกสู่บรรยากาศก็จัดเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกโรงงานต้องมีการใส่ใจ เพราะถ้ามีการปล่อยไอระเหยของสาร VOCs เป็นจำนวนมาก ไอระเหยของสารก็จะมีการสะสมในบรรยากาศซึ่งจะส่งผลต่อระดับชั้นโอโซนของโลก ทำให้ความสามารถของชั้นโอโซนในการทำหน้าที่ป้องกันรังสี UV ที่ตกกระทบมาถึงโลกลดลงส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน และหากสาร VOCs เข้าสู่ร่างกายจะทำให้ระบบภูมิคุ้มบกพร่อง ระบบประสาทถูกทำลาย เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืด แสบตา หายใจลำบาก และหากได้รับในปริมาณมากอาจทำให้หมดสติ แต่ถ้าสะสมในร่างกายเป็นเวลานานจะทำให้เยื่อหุ้มปอดถูกทำลายในที่สุด นอกจากนี้สาร VOCs บางกลุ่มเช่น อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน [1] ที่พบจากเขม่าควันรถยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย Heinemanet al. [4] รายงานว่าการสัมผัสกับสาร Carbon tetrachloride, Methylene chloride, Tetrachloroethylene, Trichloroethylene ในกลุ่มคนงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี มีปัจจัยเสี่ยงก่อการเกิดโรคมะเร็งสมองชนิด Astrocytic โดยเฉพาะสาร Methylene Chloride พบว่าอัตราการตายด้วยมะเร็งสมองชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับสัมผัสสาร Methylene Chloride รวมถึงการได้รับสาร VOCs ในบริเวณปิดเช่นในบ้าน ก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าในบริเวณเปิดโล่งมากถึง 5 เท่า [5]

มาตรฐานสาร VOCs จากความรุนแรงต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมของสาร VOCs หน่วยงานที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศจึงหันมาใส่ใจและร่วมกันกำหนดค่ามาตรฐานของสาร VOCs ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ทำการรวบรวมค่ามาตรฐานสาร VOCs ของหน่วยงานต่างๆ แสดงดังตารางที่ 2 โดยสารที่แสดงในตารางทั้ง 9 ชนิดเป็นสารที่มีความรุนแรงต่อร่างกาย การใช้งานต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ค่าที่แสดงใช้ค่าเฉลี่ยรายปีในการพิจารณาปี ซึ่งกำหนดภายใต้เงื่อนไขของการใช้ Unit Risk ที่ 10-6 หรือ 10-5 เป็นค่า Factorสำหรับการกำหนดค่ามาตรฐาน

ตารางที่ 2 ค่ามาตรฐานของสาร VOCs ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

ที่มาของข้อมูล [6]

สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมมลพิษได้มีการตรวจสอบมลพิษทางอากาศในพื้นที่อุตสาหกรรม กรุงเทพและปริมณฑลทุกปี โดยค่าเฉลี่ยรายปีของสาร VOCs ในบรรยากาศเทียบกับค่ามาตรฐานเฉลี่ยรายปี (หน่วย µg/m3) แสดงดังตารางที่ 3 พบว่าค่า VOCs ของสารอื่นๆ ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นสาร Benzene พบว่าทั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด กรุงเทพและปริมณฑลมีค่าเกินมาตรฐาน ซึ่งสาร Benzene จัดเป็นสารอะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอนชนิดหนึ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ เพราะฉะนั้นทุกคนควรใส่ใจในการหาแนวทางแนวทางในการลดการปล่อยสาร Benzene และสาร VOCs ชนิดอื่นๆ ออกสู่บรรยากาศ ซึ่ง Kim และคณะ [8] กล่าวว่าวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการกำจัดสาร VOCs คือการใช้วิธีการดูดซับ (Adsorption) ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดในบทความฉบับต่อไป

ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยรายปีของสาร VOCs ในบรรยากาศเทียบกับค่ามาตรฐานเฉลี่ยรายปี (หน่วย µg/m3)

ที่มาของข้อมูล [7]

อ้างอิง

[1] Khan, F.I. and Ghoshal, A. Kr. 2000. Removal of Volatile Organic Compounds from polluted air. Journal of Loss Prevention in the Process Industries. Vol. 13: 527–545.

[2] OSH, Information sheet, http://www.oshthai.org/upload/file_linkitem/20100126090841_2.pdf

[3] http://en.wikipedia.org/wiki/File:2005_sources_of_vocs.png

[4] Heineman, E. F., Cocco, P., Gómez, M. R., Dosemeci, M., Stewart, P. A., Hayes, R.B., Zahm, S. H., Thomas, T.L., Blair, A. 1994. Occupational exposure to chlorinated aliphatic hydrocarbons and risk of astrocytic brain cancer, American Journal of Industrial Medicine. Vol. 26 (2): 55–169

[5] http://www.toaoxygenplus.com/voc.html

[6] ส่วนคุณภาพอากาศในบรรยากาศ, สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง, กรมควบคุมมลพิษ, http://infofile.pcd.go.th/air/voc07_standard.pdf?CFID=8720703&;CFTOKEN=70237361

[7] สราวุธ เทพานนท์, ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารอินทรีย์ระเหยง่าย, http://teenet.tei.or.th/Knowledge/Paper/VOCs_information.pdf

[8] Kim, K-J., Ahn. H-G. 2012. The effect of pore structure of zeolite on the adsorption of VOCs

and their desorption properties by microwave heating. Microporous and Mesoporous Materials. Vol. 152: 78–83

Last modified on Thursday, 23 August 2012 05:36

© 2012 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Top Desktop version